สั่งของจาก Alibaba เสียภาษีหรือไม่?

[ratemypost-result]

สั่งของจาก alibaba เสียภาษีหรือไม่?


หากมูลค่าสินค้า + ค่าขนส่ง ไม่เกิน 1,500 บาทไทย ไม่ต้องเสียภาษีนำเข้า หากเกินกว่านั้นต้องเสียภาษีในอัตราที่กฎหมายกำหนด ซึ่งแตกต่างกันในสินค้าแต่ละชนิด

สั่งของจาก alibaba เสียภาษีอย่างไร?


-หากขนส่งโดยไปรษณีย์ ผู้สั่งจะได้รับใบแจ้งให้ไปเสียภาษีนำเข้า ณ ไปรษณีย์ หรือด่านศุลกากร พร้อมกับรับสินค้า
-หากขนส่งโดยบริษัทเอกชน เช่น DHL FedEx ผู้สั่งจะได้รับการติดต่อจากบริษัทขนส่งให้โอนเงินชำระค่าภาษีนำเข้า และรอรับสินค้า

วิธีคำนวณภาษีนำเข้าในการสั่งสินค้าจาก Alibaba ?


รวมค่าสินค้าและค่าขนส่ง จากนั้นนำมาคูณด้วย VAT 7% และขั้นตอนสุดท้ายนำมาคูณด้วยอัตราภาษีนำเข้าตามเปอร์เซ็นต์ที่กฎหมายกำหนดในแต่ละชนิดสินค้า

(((ค่าสินค้า+ค่าขนส่ง) *7%)*ภาษีนำเข้า) = ภาษีนำเข้าที่ต้องจ่าย

[ratemypost]

นำเข้าอาหารมาจำหน่ายในประเทศ ต้องทำอย่างไร มีขั้นตอนอะไรบ้าง?

[ratemypost-result]

นำอาหารเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยต้องทำอย่างไร?


อาหารเป็นสินค้าที่มีความอ่อนไหวต่อผู้บริโภค การที่ธุรกิจต้องการนำอาหารเข้ามาจำหน่ายในประเทศจึงต้องขออนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อ.ย. ก่อนการนำเข้า โดยเมื่อขออนุญาตแล้วจะได้รับเลขสารบบอาหาร หรือเลข อ.ย. และเอกสารอื่นๆ ซึ่งต้องใช้ในการแสดงต่อหน่วยงานศุลกากร ณ ด่านนำเข้า เช่น นำเข้าทางเรือ ณ ด่านศุลกากรแหลมฉบัง เป็นต้น

ขั้นตอนการนำเข้าอาหารต้องทำอย่างไร?


1. ยื่นขอใบอนุญาตนำอาหารเข้ามาในราชอาณาจักร ณ สำนักงาน อ.ย. หรือ ณ สาธารณสุขจังหวัดทุกจังหวัด
2. หากธุรกิจของคุณยังไม่ได้จดทะเบียนเป็นผู้นำเข้ากับกรมศุลกากรให้จดทะเบียนกับกรมศุลกากรด้วย
3. หากธุรกิจของคุณยังไม่ได้ยื่นจดทะเบียนเพื่อใช้งานระบบนำเข้าออนไลน์กับ Thai NSW ให้ยื่นจดทะเบียนด้วย
4. หากธุรกิจของคุณต้องการส่วนลดทางภาษีนำเข้า ให้ขึ้นทะเบียนเป็นผู้นำเข้ากับกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ด้วย
5. หลังจากได้รับอนุมัติเลขสารบบอาหารจากสำนักงาน อ.ย. และมีใบอนุญาตครบถ้วนจากทั้ง สำนักงาน อ.ย. และกรมศุลกากร หรือกรมการค้าต่างประเทศ (ในกรณีต้องการลดภาษีนำเข้า) ธุรกิจของคุณสามารถนำอาหารเข้ามาจำหน่ายในประเทศได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย และไม่ทำให้เกิดปัญหาในภายหลัง

สรุป การนำเข้าอาหารเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย ต้องติดต่อหน่วยงานใดบ้าง ?


1. ติดต่อสำนักงาน อ.ย. หรือ สาธารณสุขจังหวัดทุกจังหวัด (เกี่ยวกับอาหาร)
2. ติดต่อกรมศุลกากร (เกี่ยวกับการนำเข้า)
3. ติดต่อกระทรวงพาณิชย์ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (กรณีธุรกิจยังไม่ได้จดทะเบียน) และกรมการค้าต่างประเทศ (กรณีต้องการส่วนลดภาษีการนำเข้า)

เอื้อเฟื้อข้อมูลโดย บริษัท แอดวานซ์ ดิสทริบิวชั่น (เอเชีย) จำกัด


[ratemypost]